พิพิธภัณฑ์ศิลปาชีพ พระที่นั่งอภิเศกดุสิต


"...และปีที่ข้าพเจ้าอายุครบหกสิบ ผู้ใกล้ชิดข้าพเจ้าหลายต่อหลายฝ่ายจะจัดพระที่นั่งอภิเศกดุสิตบริเวณด้าน หน้าของพระที่นั่งวิมานเมฆ ให้เป็นพิพิธภัณฑ์แสดงผลงานชั้นเลิศของสมาชิกศิลปาชีพทุกแขนง และเปิดให้ประชาชนทั้งชาวไทยชาวต่างประเทศได้เข้ามาชมกัน"

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้าง ท้องพระโรงสำหรับวังสวนดุสิตขึ้นองค์หนึ่ง พระราชทานนามว่า พระที่นั่งอภิเศกดุสิต มีพระสถิตย์นิมานการ (ชิต อิศรศักดิ์) เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบ และพระยาราชสงคราม (กร หงสกุล) เป็นนายงานก่อสร้างลงมือทำการตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2445 และแล้วเสร็จปลาย พ.ศ. 2447

พระที่นั่งอภิเศกดุสิตเป็พระที่นั่งไม้ ชั้นเดียวองค์ยาว อยู่ทางทิศตะวันออกของพระนที่นั่งวิมานเมฆ มีคลองร่องไม้หอมกั้นแนวระหว่างพระที่นั่งทั้งสอง องค์พระที่นั่งได้รบการก่อสร้างแบบตะวันตก มีลวดลายฉลุไม้สวยงามอย่างที่เรียกสถาปัตยกรรมรุ่นนี้ว่า ขนมปังขิง หรือ ginger-bread แม้องค์พระที่นั่งจะมีขนาดเล็ก แต่ก็งดงามด้วยฝีมือช่างอย่างเอก ห้องพระโรงประดิษฐานพระที่นั่งกงองค์หนึ่ง หน้าบันมุขหน้าและมุขหลังพระที่นั่งอภิเศกดุสิตมีลายปูนปั้นรูปตราแผ่นดิน และอักษร ร.ศ. 122 อันเป็นปีที่ก่อสร้างพระที่นั่งนี้อยู่ด้านล่าง

พระยา บุรุษรัตนราชพัลลภ (นพ ไกรฤกษ์) ได้บันทึกไว้ว่า

"เมื่อ สร้างพระราชมณเฑียรขึ้นที่สวนดุสิตแล้ว ทรงย้ายมาประทับแรมที่พระที่นั่งวิมานเมฆวันจันทร์เป็นวันประชุมเสนาบดีที่ พระที่นั่งวิมานเมฆก่อนเวลาประชุมบางทีก็มีการออกขุนนางที่พระที่นั่งอภิเศก ดุสิต ทรงพระดำเนินทักทายปฏิสันถารทั่วกัน เมื่อสร้างพระที่นั่งอัมพรสถานแล้วก็ย้ายมาประทับที่พระที่นั่งอัมพรสถาน ที่ประชุมที่พระที่นั่งนี้ด้วยจนตลอดรัชกาล"

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 7 หลังจากมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาเป็นระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับถาวร ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ในวันที่ 10 ธันวาคม ปีเดียวกัน แล้วโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้พระที่นั่งอนันต สมาคมเป็นที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภาแห่งชาติ พระที่นั่งอภิเศกดุสิตได้ใช้เป็นที่ทำการของสำนักงานเลขาธิการรัฐสภามาตลอด จนกระทั่งมีการสร้างอาคารสำนักงานเลขาธิการรัฐสภาแห่งใหม่ขึ้น พระที่นั่งองค์นี้ก็ได้เวนคืนมาอยู่ในความดูแลของสำนักพระราชวังดังเดิม

ใน โอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 5 รอบ เมื่อพุทธศักราช 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้บูรณะตกแต่งพระที่ นั่งอภิเศกดุสิตจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปาชีพถาวรเป็นแห่งแรกในประเทศไทย มีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นประธานในพิธี.ได้กราบบังคมทูลว่า

"...พิธิภัณฑ์ศิลปาชีพนี้ จัดแสดงผลงานศิลปาชีพแขนงต่างๆ ของสมาชิกศิลปาชีพ จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปชมได้ทุกวน ผู้เข้าชมจะได้เห็นผลงานศิลปวัตถุ อันสร้างความประณีตวิจิตรบรรจงของสมาชิกศิลปาชีพ ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินินาถได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้เยาวชนลูกชาวนาชาวไร่มารับการฝึกฝนและผลิตงานเหล่านี้ออกมาตามพระราช ประสงค์ทรงอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมไทย และทรงพระราชดำริให้ทำขึ้นใหม่ ชาวต่างประเทศที่ไม่เคยเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมราชินีนาถเลย ก็จะได้ตระหนักในพระปัญญาบารมีที่ทรงบันดาลให้มีขึ้น เป็นการเล่าปากต่อปากกันเองในนานาประเทศ พระเกียรติคุณจะกำจรกำจายไปไม่สิ้นสุด ผู้ดำเนินการพิพิธภัณฑ์ถาวรนี้ ได้แก่ กรรมการมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ เจ้าหน้าที่กองศิลปาชีพ นางสนองพระโอษฐ์ในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสุภาพสตรีอาสามัคร..."

ในท้องพระโรงใหญ่นั้น สองข้างทางเดินมีตู้จัดแสดงผลิตภัณฑ์ศิลปาชีพ มีพระกระเป๋าย่านลิเภารูปแบบต่างๆ เชี่ยนหมาก พาน บางตู้จัดแสดงเครื่องเงินและเครื่องทอง เช่น ดอกบัวสัตตบงกชทอง ใบบัว เกวียน หงส์ เรือ น้ำเต้า ที่เป็นต้นไม้เงินก็จะมีนกสีเขียวทำด้วยไม้แกะสลักประดับปีกแมลงทับเกาะอยู่ บนกิ่งไม้ ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ จะเลียนแบบของจริงไม่ผิดเพี้ยน เช่น ผลิตภัณฑ์ราชรถเงินเทียมด้วยกวางคู่ ตัวกวางนั้น มีเครื่องตกแต่งและเขาทำด้วยทอง ผลิตภัณฑ์หาบเงินหาบทองทำเป็นกระบุงลูกนิดๆ พร้อมสาแหรกและไม้คาน

ตู้ ที่น่าสนใจ คือ ตู้แสดงงานคร่ำทอง มีทั้งมือตัดหมาก (กรรไก ตัดหมาก) มีดตัดกระดาษ กรรไกรไทย พระกระเป๋า ฯลฯ

ศิลปะการทำคร่ำเกือบจะสูญหาย ไปแล้ว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงเล็งเห็นคุณค่าของศิลปะชนิดนี้ จึงมีพระราชเสาวนีย์ให้ฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้อาจารย์สมาน ไชยสุกุมาร มาสอนวิชาการทำคร่ำแก่นักเรียนศิลปาชีพในสวนจิตรลดา จนปรากฎมีวิชาการทำคร่ำขึ้น ปัจจุบันได้มีการทดลองทำคร่ำบนโลหะทองคำขาวเป็นผลสำเร็จดี นับเป็นการก้าวใหม่แห่งวิวัฒนาการทำคร่ำ ซึ่งมีชีวิตชีวาขึ้นมาใหม่ด้วยพระบารมี

งานถม ที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ศิลปาชีพ พระที่นั่งอภิเศกดุสิต มีทั้งเครื่องถมเงิน ถมทอง ถมตะทอง เช่น พระกระเป๋าถมทองประดับเพชรลวดลายและทรวดทรงต่างกันทุกใบ มีทั้งเป็นรูปหอย รูปพัด รูปหนังสือ ฯลฯ ฝีมือประณีตงดงาม พระกรัณฑ์ตะทองซึ่งเป็นผลงานชิ้นสำคัญอันเกิดนอกจากนี้ ยังมี ชุดเชี่ยนหมากขนาดจิ๋ว ตลับถมทองรูปผลไม้ประดับเพชรเป็นผลระกำ ฟังทอง ฝักมะขาม ฯลฯ เปิดได้ทุกใบ

งานศิลปาชีพที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถภูมิพระราชหฤทัยนัก เพราะเกิดจากพระราชดำริในพระองค์ คือ งานตกแต่งด้วยปีกแมลงทับ เป็นรูปกินรี พราหมณ์เกศสุริยง ไก่ฟ้า จิ้งแหลน ตุ๊กแก ไก่ เก้ง หงศ์ เสือพ่อแม่ลูก ฯลฯ ที่วิจิตรพิสดารมากก็คือ ตลับเงินตกแต่งด้วยยานลิเภาสานสอดสลับด้วยปีกแมลงทับแบบต่างๆ ขอบฝาตลับประดับเพชร

หนังสือมูลนิธิศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้า สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ อธิบายถึงานตกแต่งด้วยปีกแมลงทับว่า

"งาน ศิลปะของไทยแต่อดีตมีอยู่ไม่น้อยที่ใช้ปีกแมลงทับที่มีสีเขียวเหลือบฟ้าหรือ สีทองแดงเหลือบเหลืองอันน่าอัศจรรย์มาเป็นส่วนประกอบตกแต่ง เช่น การใช้ปักลงบนผ้าสไบ เป็นต้น ประกอบกับแมลงทับเป็นแมลงที่วงจรชีวิตสั้น เมื่อถึงฤดูก็จะตายเองตามธรรมชาติ ตกอยู่ตามโคนไม้ที่เป็นอาหาร เช่น มะขามเทศ เป็นจำนวนมาก และสีสันอันวิจิตรที่ปีกนั้นก็มีความคงทนงดงามไม่จืดจาง นอกจากนั้น ยังมีคุณสมบัติที่เหนียวสามารถตัดเป็นเส้นใหญ่น้อยได้ตามความต้องการ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถจึงได้พระราชทานดำริให้ใช้ปีกแมลงทับตกแต่งทำเป็นเครื่อง ประดับประเภทต่างๆ ต่อมาก็ได้ทดลองใช้ปีกแมลงทับตกแต่งตัวนกที่ทำจากไม้แกะสลัก โดยตัดเป็นงานประติมากรรมอันงดงามน่าอัศจรรย์ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อมีผลสำเร็จเป็นที่น่ายินดีเช่นนี้แล้ว จึงได้ทรงพระราชดำริให้ตัดปีกแมลงทับเป็นเส้นเล็กลงไปอีก และสอดสลับลายกับย่านลิเภา นับเป็นงานประณีตศิลป์ชิ้นสำคัญแห่งยุคสมัย ซึ่งยังมิได้มีผู้ใดเคยคิดประดิษฐ์มาก่อน นับเป็นพระอัจฉริยภาพ ซึ่งจะต้องจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ศิลปะของไทยอีกครั้งหนึ่ง"

สมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีสายพระเนตรยาวไกล เมื่อทรงฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพใดที่เป็นประโยขน์แก่ราษฎรผู้ขัดสนจนยากแล้วก็ จะทรงอนุรักษ์งานนั้นควบคุมคู่ไปด้วย แม้แต่เรื่อง แมลงทับ ที่พระราชทานแนวพระราชดำริให้นำมาประดิษฐ์งานศิลปาชีพก็เช่นกัน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานพระราชดำริให้มีการศึกษา ค้นคว้าและวิจัยการเพาะเลี้ยง "แมลงทับ" อันเป็นแมลงพื้นบ้านที่ใครๆ ก็มองข้ามเพื่อให้ได้รู้ถึงวงจรชีวิตและนิเวศวิทยาของแมลงทับ นำมาเป็นวัตถุดิบในการประดิษฐ์เป็นผลิตภัณฑ์ของมูลนิธิศิลปาชีพ ซึ่งสถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์รับสนองพระราชดำรินี้ จึงได้เกิดโครงการอนุรักษ์แมลงทับในประเทศไทย มีนักวิชาการด้านกีฎวิทยาเริ่มต้นวิจัยเกี่ยวกับแมลงทับมาตั้งแต่ พ.ศ. 2535

ด้าน เหนือของห้องท้องพระโรงทอดพระที่นั่งกงไว้องค์หนึ่ง ห้องถัดไปแสดงผ้าทอมือ และหุ่นแสดงฉลองพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผ้าฝ้ายที่จัดแสดงมีทั้งผ้าฝ้ายพื้นเมืองจังหวัดสุรินทร์ ผ้าฝ้ายเกล็ดเต่า ผ้าฝ้ายลายชนิดแบบต่างๆ ผ้าไหมแพรวา ผ้าไหมลายลูกแก้ว ลายราชวัติ ผ้าไหมเม็ดพริกไทย ผ้าขาวม้าไหมหางกระรอก ผ้ายกทอง และผ้าไหมมัดหมี่ ฯลฯ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงเล่าไว้ในพระราชดำรัสที่พระราชทานแก่คณะบุคคลที่เข้าเฝ้า ทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2535 ว่า การทอผ้ามัดหมี่เป็นศิลปะเก่าแก่อย่างหนึ่งของโลก

"...มัดหมี่ของแต่ ละประเทศก็มีลวดลายและความงามแตกต่างกันออกไป เฉพาะมัดหมี่ไทยเท่าที่ศิลปาชีพได้รวบรวมไว้มีไม่น้อยกว่า 200 ลายแล้ว และอาจจะมีลายใหม่ๆ เกิดขึ้นได้เสมอ เพราะคนไทยเราเป็นศิลปิน ช่างคิด ช่างประดิษฐ์ อย่างผ้าไหมมัดหมี่ที่ทุกคนชมว่าสวยนี้ ชาวบ้ายผูกลายเองคิดสีเอง ออกมาสวยโดยที่ข้าพเจ้าหรือไม่มีใครไปแนะนำเลย..."

ในพิพิธภัณฑ์ศิลปา ชีพ พระที่นั่งอภิเศกดุสิตนี้ ยังมีห้องจัดแสดงเครื่องจักสานย่านลิเภาลายขิด รูปทรง ขนาด และลายต่างๆ ฝีมือประณีตทุกใบ นอกจากนี้ยังมีงานปั้นแกะสลักหินสบู่เป็นช้างศึก เด็กเล่นฉิ่งฉาบ ตีกลอง ฆ้อง ขี่ควาย ยิงหนังสติ๊ก กระจง ม้า กวาง ลิง งานแกะสลักหนังตะลุง ภาพเด็กเดินไม้สูง เด็กขี่ควาย ชาวบ้านหาบของขาย ราชรถ งานไม้แกะสลักเป็นเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์จำลองฉากไม้ขนาดใหญ่ในห้องสุด ท้ายด้านล่างเป็นไม้จำหลัก ด้านบนเป็นภาพเขียนสีประดับปีกแมลงทับงดงามมาก

สมเด็จ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงยกย่องความสามารถของชาวนาชาวไร่ด้วยความภาคภูมิพระราช หฤทัยว่า

"...คนไทยแต่ละคนแต่ละภาค ต่างก็มีฝีมือและความสามารถ พร้อมจะพัฒนาชาติให้เจริญรุ่งเรือง ข้าพเจ้าได้ประจักษ์แล้วในฝีมือของคนไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าปลายปลื้มและมีกำลังใจเพิ่มขึ้นในการปฏิบัติ งาน..."


ข้อมูลจาก www.belovedqueen.com
พระราชประวัติ พระราชินี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ชม ภาพพระราชินี รูปพระราชินี อ่าน กลอนพระราชินี ติดตาม พระบรมราโชวาท พระราชดำรัส โครงการพระราชดำริ และ พระราชกรณียกิจ ของ พระราชินี
◊ เรื่องที่เกี่ยวข้อง
คําขวัญวันแม่ คําขวัญวันแม่
กลอนวันแม่ กลอนวันแม่
เรียงความวันแม่ เรียงความวันแม่
เพลงแม่ เพลงแม่
วันแม่ วันแม่
วันแม่ ดู รูปวันแม่ การ์ดวันแม่ซึ้ง ๆ คลิกรูปวันแม่ การ์ดวันแม่ซึ้ง ๆ




Valid XHTML 1.0 Transitional